วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556


ประโยชน์ของการฟังธรรม

อีเมล
thamma1การฟังธรรมเปรียบเสมือนการสร้างถ้ำให้แก่จิตใจ แต่บางท่านไม่สนใจฟังธรรม ถ้าท่านสร้างถ้ำไว้ในจิตใจอยู่ด้วยความสงบ ฟังไปก็เกิดความรู้ ความดี มีพลังและปัญญา แต่บางคนก็ไม่อยากฟัง มันใกล้ชิดกันเกินไป เหมือนสัปเหร่ออยู่ใกล้ผี ชีอยู่ใกล้พระ ใกล้เกลือกินด่าง
การฟังธรรมนั้นก็ยาก เพราะในทุกวันนี้ไม่ค่อยสนใจฟังธรรมชักเท่าไร  วันพระเราควรควรจะมาพบพระสักวันหนึ่ง เพราะจิตใจท่านจะประเสริฐในการพบพระ ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน โดยเฉพาะในกรอบของสติสัมปชัญญะ ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนคือ สติสัมปชัญญะ บางคนขาดสติมากต้องมาเข้าวัดฟังธรรมเสียบ้าง


อานิสงส์หรือผลดีอันเกิดจากการฟังนั้น มีประโยชน์มากมายหลายสถาน เช่น 
1. ทำให้ได้ฟังเรื่องใหม่ ฟังเรื่องที่ไม่เคยได้ยินไม่เคยได้ฟังมาก่อน 
2. ได้ใส่ใจในเรื่องเก่า ทบทวนหวนคิดถึงอดีตชีวิตที่ผ่านมา ศรัทธาฟังสนใจฟัง ทบทวน จดหัวข้อ ปฏิบัติทันทีอย่ารอรีแต่ประการใด 
3. บรรเทาความกังขา ปิดประตูความกังวล สงสัยเสียได้ 
4. เป็นสัมมาทิฐิ ไม่เข้าใจสิ่งใดในทางที่ผิด
5. มีสติมั่นคง มีสติดี จริตไม่แปรปรวนทวนกระแส

สิ่งสำคัญที่สุด การฟังต้องมีหลัก 3 ประการคือ 1. ตั้งใจฟัง 2. ตั้งใจทำ 3. นำไปปฏิบัติ ท่านจะได้ประโยชน์โสตถิผลของท่านโดยเฉพาะ แต่บางคนก็ไม่ตั้งใจฟัง ไม่ตั้งใจปฏิบัติ จำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ทิ้งไป ถ้าฟังได้ประโยชน์โทษไม่มี ฟังดีย่อมเกิดปัญญา บางคนฟังได้ บางคนก็ฟังเสียเอาดีไม่ได้ แล้วแต่ทัศนคติในการฟังว่าจะเป็นไปในทางใด เช่น
1. ฟังเล่น บางเรื่องไม่จริงจัง สักแต่ว่าฟัง หรือฟังแบบเสียไม่ได้ ก็ฟังส่งเดชไปอย่างนี้ ไม่ได้เรื่องได้ราว
2. ฟังลอง เป็นการฟังเพื่อเปรียบเทียบลองดู ลองความรู้ ลองพื้นความรู้และลองภูมิว่าผู้นี้จะสู้ผู้นั้นได้หรือไม่ หรือใครจะเก่งกว่ากัน 
3. ฟังเอาเรื่อง พระสงฆ์จะได้สาระ หรืออรรถรสแห่งธรรมและข้อปฏิบัตินั้น
4. ฟังหาเรื่อง เป็นการฟังเพื่อจับผิด ฟังด้วยจิตเป็นอกุศล ไม่ได้สนใจในการฟังแต่ประการใด จิตเป็นอกุศลกรรม คนนั้นจะดีไม่ได้แน่นอน
5. ฟังไม่รู้เรื่อง ฟังไปหลับไป หรือคุยกัน ผลสุดท้ายไม่รู้เรื่อง จำไม่ได้ และไม่รู้จะเอาอะไรเป็นข้อปฏิบัติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น