วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556




ชุดขาวไปวัด
    ประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติมาตั้งแต่สมัยโบราณ  
และการแต่งกายมาวัดถือเป็นเรื่องที่คนไทยพิถีพิถันกันมาก
 เนื่องจาดวัดเป็นที่พักอาศัยของพระสงฆ์และผู้ทรงศีล การแต่งกายแบบสบายๆ
โดยเฉพาะเหล่าสตรีเพศจึงเป็นเรื่องที
          ต้องคำนึงไว้จงหนัก ยิ่งเป็นการแต่งตัวตามสบายแบบเปิดเผยร่างกายในหลายส่วนนั้น
ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมกาละและเทศะ
  เช่นเสื้อคอกลมผ้าบางๆโชว์สัดส่วน ล่อหนุ่มให้มองตาเป็นมัน  หรือกระโปรงสั้นและกางเกงขาสั้นจู๋
          ในพระไตรปิฏกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าสอน ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เปิดเผยแล้วไม่งามมีสามอย่าง
คือ   ๑. มาตุคาม (ผู้หญิง)     ๒. มนต์ของพราหมณ์       ๓. มิจฉาทิฐิ 

          และสิ่งเปิดเผยแล้วงามสามประการ คือ ๑. พระอาทิตย์ ๒. พระจันทร์
                                 ๓. พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  
นั่นเป็นข้อบ่งชี้ว่า ถ้าผู้หญิงมีการแต่งกายแบบเปิดเผยส่วนต่างๆ ของร่างกายมากเกินไป 
ย่อมไม่งามโดยประการทั้งปวง 
           ผู้ประพฤติอุโบสถศีลต้องงดเว้นจากการแต่งกายสวยงามด้วยเครื่องประดับและเครื่อง 
สำอางทุกชนิด นั่นเป็นข้อกำหนดในอุโบสถศีล แสดงความจริงชัดเจนว่าการแต่งกาย
ให้สวยงามหลากสีสันนั้นมิใช่การปฏิบัติที่ ถูกต้องตามแนวทางพุทธศาสนา  
และการแต่งกายที่สุภาพ เรียบร้อย มิดชิด จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม
           การแต่งชุดขาวไปวัด ก็เป็นเรื่องจำเพาะเจาะจง ทำให้หลายคนต้องหาชุดขาว
ไว้เป็นชุดพิเศษเพื่อใช้แต่งไปวัด  การแต่งชุดขาวไม่ใช่การแต่งกายที่ถูกหลักพุทธศาสนา 
เพราะสีขาวเป็นสีของพราหมณ์ มิใช่สีของพุทธ และดูแลรักษายากกว่าเสื้อผ้าสีอื่นใด 
หากจะต้องเป็นชุดเฉพาะสำหรับการแต่งไปวัดก็ดูจะเป็นภาระแก่คนที่ต้องเสาะหา 
ในสมัยก่อนนั้นคนที่ไปวัดก็ไม่ได้เน้นใส่ชุดขาวดังที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งจะมีค่านิยมแต่งกายชุดขาววัด
เสื้อโปโลสีขาว เสื้อยืดสีขาว และประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนากันในภายหลังนี่เอง
 หากเป็นไปได้ เสื้อโปโลขาว  เสื้อยืดคอกลมสีขาว  ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ความสะดวกสบายในการสวมใส่
และ หาได้ไม่ยากนัก
           การแต่งกายไปวัดนั้นน่าจะเป็นการแต่งชุดที่ แต่ละคนมีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อหาเป็นพิเศษ
แต่ให้เลือกเฟ้นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วแลดูสุภาพ สบายตาแก่ผู้พบเห็น โดยต้องสำนึกอยู่เสมอว่า แต่งกายไปทำบุญ 
มิใช่แต่งกายไปทำบาป อย่าว่าแต่การแต่งกายแบบเปิดเผยสรีระเท่านั้นหรอกที่เป็นบาป
แม้การแต่งกายแบบหรูหราราคาแพง เพื่อประกวดประชันขันแข่งกันในสังคม ก็น่าจะเข้าข่ายเป็นการทำบาปด้วย
เพราะทำให้เกิดการลอกเลียนแบบในทางฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ
ด้วยความเป็นจริงแล้ว วัดเป็นสถานที่สำหรับการฝึกฝนอบรมจิตใจ จึงควรเน้นให้ความสำคัญแก่จิตใจ
ภายในมากกว่าร่างกายภายนอก ที่จะต้องเปื่อยเน่าถูกเผาถูกฝังไปตามกาลเวลา
ดังพระไตรปิฎกมี กล่าวไว้ว่า “อีกไม่นานหนอ ร่างกายนี้จักปราศจากวิญญาณ นอนทับถมแผ่นดิน
 เหมือนท่อนไม้ที่ไร้ค่า หาประโยชน์มิได้ ฉะนั้น” 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น